สงกรานต์ ลัลล้าาา

วันนี้วันหยุด แต่ยังไม่ถึงหยุดสงกรานต์

 

ไม่เกียวอะไรกัน จริงๆจุดประสงค์ของ blog นี้ คือจะขายของ เรียกให้ Bing มา index

จึงขออนุญาต ไว้ ณ ที่นี้

 

ใครสนใจติดต่อได้ “ซองกันน้ำ สงกรานต์”

http://sealbags-songkran.blogspot.com/

 

เยี่ยมชมได้ ^^

 

เป็นฆณ

โหมด เรียก Bing และ google

น้ำท่วม น้ำใจ น้ำลาย

หนึ่งครั้ง กับกรุงเทพ

หนึ่งครั้ง กับมหาอุทกภัย

หนึ่งครั้ง กับ สามน้ำ

 

ไหลหลากมารวมกัน ณ ปีนี้ 2554 /2011

 

เกิดอะไรขึ้น

น้ำใจ เกิดจาก น้ำท่วม

น้ำท่วม เกิดจาก น้ำลาย

น้ำลาย ทลาย น้ำใจ

จริงหรือ

 

หลายฝ่าย หลายพรรค ไม่รู้ว่าเพราะการเมืองหรืออย่างไร ที่ทำให้กรุงเทพและโดยรอบเป็นเช่นนี้

เกิดปัญหา หาทางแก้

แต่แก้เฉพาะหน้า

 

น้ำมา เอากระสอบไปกั้น

น้ำถึงแล้ว กระสอบพัง

น้ำมาอีก เอากระสอบไปกั้น

น้ำถึงอีกแล้ว กระสอบพัง

เป็นเช่นนี้มากว่า 1 เดือน

 

ปัญหาอยู่ที่ใคร ไม่พบต้นเหตุ

หรือแท้จริง เกิดจากประชาชนกันแน่

 

อะไรยิ่งใหญ่กว่ากัน : น้ำท่วม vs. น้ำใจ vs. น้ำลาย

 

เป็นฆณ

เพื่อ…

มีคนตั้งคำถามกับฉัน “ถ้าอยากทำให้ประเทศชาติดีขึ้นจะทำอย่างไรดี”

ฉันตอบกลับไปว่า “เป็นคนดีก่อน และต้องมีเงิน”

คำถามอีกคำถามย้อนกลับมา “ไม่เป็นนายกหรอ ที่มีหน้าที่บริหารประเทศ”

ฉันตอบกลับไปในทันทีว่า “ไม่”

 

ทำไมหน่ะหรือ

ฉันก็ยังไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่

ฉันอยากพัฒนาประเทศแต่ทำไมฉันไม่อยากเป็นนายก

 

ก่อนหน้านี้ฉันลองถามเพื่อนดู “ทำไมนายกจะต้องโกงกินทุกคน ไม่มากก็น้อยเสมอไป”

เพื่อนฉันตอบกลับมาว่า “-*-”

ฉันจึงถามต่อไปว่า “ไม่มีคนที่ดีจริงๆ แล้วไปเป็นนายกหรอกหรือ”

คำตอบที่ย้อนกลับมามันอึ้งไปได้สักพัก “อยู่ยาก เข้าไปก็ถูกล้อมหมดแล้ว”

 

นี่หล่ะมั้ง เหตุผลที่ทำให้ฉันไม่อยากเป็นนายก แต่ฉันอยากพัฒนาประเทศ

 

ฉันยังไม่มีคำตอบ กับคำถามใหม่ๆที่เกิดขึ้นในหัว

เป็นนายกไปเพื่ออะไร … ในเมื่อมีคนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ

เป็นนายกไปเพื่ออะไร … ในเมื่อวันพักผ่อนมีเพียงนิดเดียว

เป็นนายกไปเพื่ออะไร … ในเมื่อต้องถูกคนรุมด่าถูกคนว่ามากมาย

เป็นนายกไปเพื่ออะไร …

 

คนที่เป็นนายก ฉันจึงคิดว่า คนคนนั้นเสียสละมากๆ ถ้าไม่ได้เป็นนายก เพื่อ “เงิน”

 

 

เรื่องราวที่แต่งขึ้นเป็นเรื่องสมมติ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลใดทั้งสิ้น

โปรดใช้วิจารณญาณในการรับอ่าน

 

เป็นฆณ

โหมด

เป็นฆณ ไม่ได้เป็นนายก

 

คนหนึ่งคน

เป็นแค่คนหนึ่งคน ที่ไม่ดีพร้อม

เป็นแค่คนหนึ่งคน ที่ไม่เลิศเลอ

เป็นแค่คนหนึ่งคน ที่ไม่มีใครเข้าใจ

เป็นแค่คนหนึ่งคน ที่ยากจะทน

เป็นแค่คนหนึ่งคน ที่ไม่มีใครใส่ใจ

เป็นแค่คนหนึ่งคน ที่ไม่ร่ำรวย

เป็นแค่คนหนึ่งคน ที่ไม่อดทน

เป็นแค่คนหนึ่งคน ที่…..

แต่

เป็นคนหนึ่งคน ที่มีคนคิดว่าดีพร้อม

เป็นคนหนึ่งคน ที่มีคนคิดว่าเลิศเลอ

เป็นคนหนึ่งคน ที่มีสักคนเข้าใจ

เป็นคนหนึ่งคน ที่มีสักคนยอมทน

เป็นคนหนึ่งคน ที่มีคนใส่ใจ

เป็นคนหนึ่งคน ที่มีคนคิดว่าร่ำรวย

เป็นคนหนึ่งคน ที่มีคนคิดว่าอดทน

เป็นคนหนึ่งคน ที่…

 

เป็นแค่คนหนึ่ง

และ

เป็นคนหนึ่งคน

 

สุดแต่มุมมองของใคร เพราะอย่างไรเราทุกคนก็ยังเป็นคน

 

เป็นฆณ

โหมด เป็นฆณก็เป็นคน

เริ่มต้น

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการเริ่มต้น

 

ไม่ว่าใครก็พูดเช่นนี้

 

 

 

แต่สิ่งที่ยากที่สุด คืออะไร

ไม่ใช่การเริ่มต้นหรอกหรือ

 

 

 

คิดที่จะเริ่ม

 

แต่ยากที่จะเริ่ม

 

สุดท้าย แล้วก็เรียนรู้ที่จะเริ่ม และเรียนรู้ที่จะก้าว

 

เป็นกำลังใจให้ทุกคน

 

เป็นฆณ

โหมด ความจริงที่แอบแฝง ของบล็อกนี้

ความหวังที่เจือจาง

บล็อกนี้ระบายอีกแล้ว หรือไม่เรียกว่าระบายดี ก็แค่อยากเขียน อยากเล่า

 

 

 

 

 

 

นานแล้วเหลือเกินที่ไม่ได้เข้ามา

การกลับมาอ่านใหม่ มันให้ความรู้สึกดีจริงๆ อดีตความจริงมันก็สวยงาม (เมื่อเราตั้งใจมอง)
———

——-

 

ความหวัง เป็นตัวกำหนดอะไรหลายๆอย่างในชีวิต

และชีวิตไม่ใช่หรอกหรือ ที่เป็นคนกำหนดความหวัง

 

ความหวัง ทำให้เราต้องเศร้าเมื่อไม่ได้ดังหวัง

และเราจะเศร้าหรือไม่ เมื่อไม่มีความหวัง

 

ความหวัง ทำให้เราสุขเมื่อพร้อมที่จะยอมรับมัน ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร

แล้วผลลัพธ์นั้นเป็นผลที่หวังหรอกหรือ

 

—————————

เมื่อใดไม่คิดจะคาดหวัง (เป็นเพียงจินตนาการที่คิดว่าจะทำได้)

แต่สุดท้ายเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้นจริงๆ (มันช่างต่างจากจินตนาการเหลือเกิน)

ทำใจลำบาก

และสุดท้าย

 

ก็ต้องเศร้าทุกครา

————————–

หากใครมีวิธีเรียนรู้กับความผิดหวัง ไม่ต้องเสียใจให้มากเกินไป โปรดชี้แนะ

————————

 

เพราะไม่อยากหวัง กลัวจะผิดหวัง และกลัวว่าจะเป็นเช่นเดิม

 

เป็นฆณ

โหมด พยายามไม่หวัง

ใจเขา ก็ใจเขา (ใจเรา ก็ใจเรา)

เอาใจเขามาใส่ใจเรา

คำพูดที่ฟังดูสวยหรู แต่ไม่ว่าอย่างไร

ใจเขาก็ใจเขา ใจเราก็ใจเรา

———————————

ทำงาน

เจ้าของบริษัท ย่อมต้องการให้พนักงานทำงานเต็มประสิทธิภาพ

พนักงาน ย่อมรู้ดีว่า ทำงานเต็มประสิทธิภาพ เหนื่อยแน่นอน

หากพนักงาน เอาใจเจ้าของบริษัทมาใส่ พนักงานจะทำงานเต็มประสิทธิภาพ แต่พนักงานจะเหนื่อยไปเพื่ออะไร

เพราะอย่างไร ใจเขาก็ใจเขา และใจเราก็ใจเรา

—————————–

ยากเกินไป กับการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

แต่เมื่อใดที่สำเร็จ นั่นหมายถึงการที่ได้ใจเขาไปครอง

—————————

เป็นฆณ

โหมด สั้นๆ ไม่มีสาระ

เมื่อ(วาน)มันไม่เหมือนเดิม

วันนี้เป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์

เมื่อวานนี้แน่นอนคือวันที่ 14 กุมภาพันธ์

———————————-

มีคนเคยบอกว่า ทำตัวเราให้เป็นน้ำเต็มแก้ว

มีคนเดียวกัน เคยบอกว่า ให้ตัวเราลดอัตตา

และคนคนนั้น ยังบอกว่า เมื่อนั้น เราก็จะมีความสุข

——————————————

หลายคนมีความรัก เพื่อมาเติมเต็มส่วนที่ตัวเองขาดหายไป ให้สมบูรณ์

แต่หารู้ไม่ความจริงแล้ว คนรักบางครั้ง ก็ต้องการเติมเต็มเช่นกัน

เมื่อน้ำครึ่งแก้ว และน้ำครึ่งแก้ว มาเจอกัน จะเกิดอะไร

แก้วที่หนึ่ง จะยอมเทให้แก้วที่สอง

หรือ

แก้วที่สอง จะยอมเทให้แก้วที่หนึ่ง

เริ่มต้นอาจจะยอมเท ยอมอดน้ำ

แต่นานไปขาดน้ำได้ไม่นาน สุดท้าย ก็ต้องขอคืน

กลับมาเป็นแก้วน้ำที่ไม่เต็มเหมือนเดิม

และคงไม่ได้เป็นแก้วสองใบที่วางอยู่คู่กัน

—————————

หากแต่ถ้าแก้วมีน้ำอยู่เต็ม

แก้วทุกใบล้วนมีคุณค่า

มีสิ่งงดงามที่จะถ่ายทอดสู่คนอื่น

เมื่อนั้น

แก้วทั้งสองใบ

ก็จะตั้งอยู่ด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์

————————————

อย่างไรถึงจะให้แก้วน้ำเต็ม

นั่นก็คือลดอัตตา รู้คุณค่าในตนเอง

รักตัวเองก่อน

รู้ว่าตนเองเป็นเช่นไร

อยู่กับตัวเองให้เข้าใจ

และเมื่อนั้น

ก็คงจะเป็นน้ำเต็มแก้วได้

——————————–

นี่คือสิ่งที่คิด ฟังดูสวยหรู

แต่ใครเล่าปฏิบัติได้จริง

การลดอัตตา มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ

การเพิ่มอัตตา มันเกิดขึ้นอยู่เสมอ

—————————————–

ผลการปฏิบัติ

ยากนักที่จะลดอัตตาให้น้อยลง

เมื่อมีแก้วอีกหนึ่งใบ

เหตุใดอัตตาถึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ผลลัพธ์กลับมาคือแก้วที่พร่องน้ำ

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป บางทีน้ำที่จะหล่อเลี้ยงใจอาจหายไป และเรียกกลับคืนมายาก

รู้ตัวตั้งแต่วันนี้ ว่าตอนนี้น้ำในแก้วอยู่ระดับใด

และทำให้มันเติมเต็มสมบูรณ์ด้วยตัวเองเถิด

ขอกลับสู่สามัญ

สภาวะปกติ ที่เกือบจะ reset อีกครั้ง

เพื่อน้ำกลับมาเต็มแก้วดังเดิม

———————————-

หมายเหตุ คนอ่าน อาจอ่านแล้วงง แต่อยากให้ตั้งใจอ่าน บางทีคุณอาจจะได้ข้อคิดอะไรที่พอจะมีประโยชน์

———————————-

สุดท้าย

รู้ก็คือรู้

ไม่รู้ก็คือไม่รู้

และนั่นเท่ากับรู้

ปล. ขอคั่นทริปปางอุ๋ง ปายเชียงใหม่ ภาคสองไว้ก่อน

——————————

เป็นฆณ

โหมด กลับสู่สามัญ

เหนือกรุงเทพฯ ยังมีเชียงใหม่ ปาย ปางอุ๋ง (ตอนที่ 1)

สเปซนี้ เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการอ่านชิลๆ

ผู้ที่ต้องการข้อมูลในการเที่ยว เชียงใหม่ ปาย ปางอุ๋ง (ปาย ปางอุ๋ง เชียงใหม่)

**ยาวมาก ใช้เวลาเขียนอยู่หลายวันจึงจะเสร็จ**

 

ทริปเหนือเหนือ เกิดขึ้นอีกครััง

ตั๋วเครื่องบินล่วงหน้านานหลายเดือน

แอร์เอเชีย ไปกลับเชียงใหม่ กรุงเทพ 1825 บาท

ออกเดินทาง วันที่ 17 มกราคม 2554 สิ้นสุดการเดินทาง วันที่ 22 มกราคม 2554

พร้อมกับงานทั้งหมด ที่ต้องส่งในวันที่ 26 มกราคม 2554 ที่ถูกกองไว้เบื้อหลัง

 

องก์ที่ 1 : สู่สุวรรณภูมิ

เดินทางโดยแอร์พอรต์ลิงก์ จากสถานีพญาไท ถึงสุวรรณภูมิ ราคา 45 บาทถ้วน

ใช้เวลาในการเดินทางไม่มากนัก ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น (สะดวกจริงๆ แต่ถ้าให้ดีกว่านั้น ทางระหว่างขึ้นรถกับสถานี ควรมีที่เชื่อม เพื่อที่จะได้ได้ไม่ต้องยกกระเป๋า)

กรุงเทพ ก็เริ่มทันสมัยแล้วสินะ…

———————————————–

องก์ที่ 2 : สุวรรณภูมิ สู่เชียงใหม่

เป็นการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นครั้งแรก

นึกสงสัยว่า  จะน่ากลัวมั้ย

จะเหมือนเล่นเครื่องเล่นมั้ย

จะหูอื้อมั้ย

ถ้าไม่ปิดมือถือจะเป็นอะไรมั้ย

คำตอบที่ได้ ก็อยู่บนเครื่องบินนั่นแหละ

เหมือนขึ้นรถไฟเหาะ ตอนเครื่องบินขึ้น แค่นั้น

หูอื้อ แต่อื้อ แบบไม่รู้ตัว กลืนน้ำลายถึงรู้ตัวว่าอื้อ

ในที่สุดก็ถึงเชียงใหม่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ติดใจซะแล้วกับการเดินทางมาเชียงใหม่ด้วยเครื่องบิน

เคยมาด้วยรถไฟตู้นอน สบายดีแต่นานไปหน่อย

เคยมาด้วยรถไฟชั้นสาม เหนื่อยมาก อากาศตอนกลางคืนหนาวมาก (ไม่แนะนำ แต่ถ้าอยากประหยัด ก็รถไฟฟรีเลย)

เคยมาด้วยรถทัวร์ นั่งนานมาก นานจนเมื่อยไปทั้งตัว (แต่ถ้าอยากนั่งสบายไม่ทรมานมาก ก็นครชัยแอร์) ถึงเร็วกว่ารถไป

เคยมาด้วยรถยนต์ นั่งนานเหมือนกัน แต่อยากจอดพัก จอดที่ไหนก็ได้

เคยมาด้วยเครื่องบิน สบายที่สุดแล้ว แต่อาจจะแพงไปหน่อย

———————————————————-

องก์ที่ 3 : เชียงใหม่ สู่ปาย

ออกจากสนามบินเชียงใหม่ รอรับกระเป๋า

ทำให้สามารถสรุปได้ว่า คนไทย trust ซึ่งกันและกัน

หยิบกระเป๋าผิดหรือมั่วได้อย่างสบาย

การเดินทางไปปายในครั้งนี้ ด้วยรถตู้ บริษัทเปรมประชาขนส่ง

หากแต่ เชียงใหม่ ไปอาเขตต์ ได้อย่างไร

สืบข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต หลายต่อหลายคนบอก รถแดงตกคนละ 40 บาท

หากแต่สนามบินมีแท็กซี่ 2 เจ้า ต่างกันอย่างไร ต้องลองไปถามดู

อยู่ข้างกัน และราคาก็ต่างกัน

ลงท้าย สี่คน กับการไปอาเขตต์ ด้วยแท็กซี่ ราคา 150

ถูกกว่ารถแดง สิบบาท และสะดวกสบายกว่ายิ่ง

ถึงอาเขตต์ ซื้อตั๋วไปปาย ราคาคนละ 150 บาท (รถตู้)

รอเวลาขึ้นรถตู้ประมาณ หนึ่งชั่วโมง ใช้เวลาถึงปายประมาณ สาม ชั่วโมง

หมายเหตุ รถตู้เปรมประชา มีไปแม่ฮ่องสอน ราคา 250 บาท

ขณะรอเวลา …

ข้าวเหนียวไก่ไม้ ก็ได้ออกสู่โลกภายนอก

หลังจากเดินทางจากบางรัก สู่เชียงใหม่ และขึ้นเครื่องบินด้วยกัน

ขณะกินข้าวเหนียวไก่ไม้ …

รถทัวร์เรียกคน ให้ขึ้น “เร็วครับๆ รถจะออกแล้ว” อีกตั้ง 20 นาที รถถึงออก

รถทัวร์เรียกคน “พี่ครับๆ ไปไหนครับ ไม่ทันแล้ว รถออกแล้ว” จะบอกเพื่อ -*- (แต่ก็ขำดี)

ในที่สุดก็นั่งรถตู้ไปปาย พร้อมยาแก้เมา ที่อยู่ในท้องเรียบร้อย

ได้ยินมาว่า ไปปายผ่านโค้งมาก

จึงนั่งนับโค้ง แต่สุดท้ายก็หมดความอดทน

ไม่รู้ว่าจะเรียกยังไงว่าโค้ง

จะนับที่เรารู้สึกว่าโค้ง

หรือจะนับจากป้ายจราจร

บางทีรู้สึกว่าโค้งมาก แต่ก็ไม่มีป้ายกำกับ

และในที่สุดก็ถึงปาย…

———————————————–

องก์ที่ 4 : ถึงปาย

ถึงปายประมาณสี่โมงเย็น

รอลุ้นกับที่พัก ปาย ปาร์ค คอทเทจ

โทรถามมานานแล้ว ตามหาที่พักที่ปาย ราคาย่อมเยา และอยากได้ริมน้ำ

ราคาย่อมเยา หาได้ง่ายมากเป็นพวกอพาทร์เมนต์ ในถนนคนเดิน (สะดวกมาก)

แต่ด้วยความที่ว่า อยากอยู่ริมน้ำ จึงพยายามหาต่อไป

ได้ที่พักมาที่หนึ่ง ชื่อ นิลปายารีสอร์ท

โทรถามพบว่า นิลปายา จริง แต่เปลี่ยนชื่อแล้ว เป็นปายปาร์คคอทเทจ (ไฮโซขึ้นเลย !!)

อยู่หลังวัดป่าขาม ใกล้ๆกับ พวก อินเดียน่า

อุ้ยยย ราคาถูก ถูกใจ

จึงให้พี่ส่งรูปที่พักมาให้ดู

พอโอเค อยู่ไหวๆ

จัดการจองเรียบร้อย สองคืน สี่คน

ต้องโอนเงินมั้ยคะ

ไม่ต้องค่ะ เชื่อใจกัน ละกัน

ค่ะ

และในที่สุดเราก็มาถึงปาย

แต่หาที่พักไม่เจอ

โทรเรียกพี่ที่ที่พักมารับ เมื่อพี่มาถึง จึงแนะนำให้ไปเช่ามอเตอร์ไซค์ในบัดดล

ถูกมาก นี่คือเรื่องจริง เช่ามอเตอร์ไซค์จากที่ปาย ร้านอายะ (อ่านในอินเทอร์เน็ตได้ข่าวมาไม่ค่อยดีเหมือนกัน แต่พี่เค้าแนะนำร้านนี้)

เช่ามาสองคัน คิด 24 ชั่วโมง 100 บาท ถ้าเกิน คิดชั่วโมงละ 20 บาท

ร้านอายะ : ต้องการหมวกกันน๊อคมั้ยคะ

ไม่เอา

ร้านอายะ : ต้องการประกันมั้ยค่ะ เผื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือรถหาย

ไม่เอา

ด้วยเหตุนี้ จึงเสียเงินกับค่ามอเตอร์ไซค์ไม่มากนัก

ถามพี่จากที่พัก ต้องเอาประกันมั้ย ได้คำตอบมาว่า รถไม่หายหรอกที่นี่ (เชื่อค่ะ)

จึงได้ทดสอบขี่มอเตอร์ไซค์หลังจากห่างหายไปนาน

ก็พอขี่ได้ (คงเหมือนกับการว่ายน้ำ ถ้าว่ายเป็นแล้วก็จะไม่ลืม)

ได้ฤกษ์ขี่มอเตอร์ไซค์แบบไม่แข็ง เข้าที่พัก

พี่(แอนมั้ง)ใจดีมาก แบกกระเป๋าพวกเราไปเกือบทั้งหมด ด้วยตัวคนเดียว

ถึงแล้วกับปายปาร์คคอทเทจ

หากถามว่าไกลมั้ยจากถนนคนเดิน จะตอบว่า มันก็เดินได้ จะว่าไกลก็ไกล

แต่ถ้ามีมอเตอร์ไซค์ สะดวกมากๆๆๆ และที่พัก ก็ริมน้ำจริงๆ แถมราคาถูก

แต่เมื่อไปถึง ผลปรากฏว่าคอนเฟิร์มห้องพักกันผิด ทำให้เข้าใจว่า จองหนึ่งห้องสองคืน

จากเดิม ราคาที่พักที่ต่อรองไว้คือ ต่อห้องต่อคืน 300 บาท

พี่(พี่สาวพี่แอน) จึงมาขอโทษ และพาไปดูห้องพักที่เป็นห้องใหญ่เพื่อจะได้อยู่รวมกัน 4 คน

ห้องชาววัง สวยกว่าห้องเดิมเยอะมากๆๆๆ ประทับใจเลยทีเดียว

…. : พี่ให้เท่าไหร่ค่ะ

พี่   : พี่ลดให้สุดๆเลย เพราะพี่ต้องรับผิดชอบ คิดให้ 950 จากเดิม แพงกว่านี้มากๆๆๆ

… : ถ้วนๆ ได้มั้ยคะ เลขกำลังสวย

พี่  : โอเคค่ะ แต่อย่าไปบอกพี่หญิงนะ (พี่หญิงคือพี่สาวคนโต)

หมายเหตุ ที่พักนี้อยู่และทำงานกันแบบครอบครัว

และพี่ก็เอาเตียงเสริมมาให้

บรรยากาศในห้องถือว่าโอเค

มีเตียงใหญ่

มีตู้เย็น

มีแอร์

มีตู้เสื้อผ้า

มีห้องน้ำแบบโอเพ่นแอร์

นั่งพักหายใจสักสิบนาที

ออกเดินทางขี่มอเตอร์ไซค์ รอบๆตัวเมืองปาย

หาข้าวกินสักนิด

ได้ยินว่าสี่แยกน้องเบียร์ ร้านน้องเบียร์ เป็นที่นิยม (ในอินเทอร์เน็ตว่ากันอย่างนั้น)

แต่เมื่อได้ไปกิน ไม่รู้สึกอย่างนั้น

บางที ก็คงอยู่ที่รสชาติของแต่ละคนนั่นแล

จะว่าไม่ได้เด็ดขาด ความรู้สึกแต่ละคน มันไม่เหมือนกัน

กินข้าวเย็นมื้อนั้นหมดไปไม่เกินสี่ร้อยห้าสิบ (ยังคงอยู่ในงบประมาณที่ให้มื้อละ 100)

หลังจากนั้นสู่ถนนคนเดิน กับอากาศเย็น ที่ถึงกับหนาวเลยทีเดียว เพราะไม่ได้เอาเสื้อหนาวออกไปด้วย

กลับสู่ที่พัก พร้อมกับถามพี่ๆที่พัก ถึงการเดินทางในวันรุ่งขึ้น

พี่ๆตลกมากค่ะ (ขอโทษที่รบกวนเวลา ดู เธอกับเขาและรักของเรา ^^)

——————————————-

องก์ที่ 5 : เที่ยวปาย

ตื่นแต่ตอนเช้า พบกับปาท่องโก๋ จากเพื่อนซื้อมาฝาก แล้วก็เริ่มต้นออกเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์

เริ่มต้นแห่งแรกด้วยวัดน้ำฮู

พี่บอกว่า มาถึงปายควรไปสักการะหลวงพ่อวัดน้ำฮู เป็นอันดับแรก เพื่อความเป็นสิริมงคล

ใช้เวลาในการขี่มอเตอร์ไซค์ไม่นาน ไปเรื่อยๆตามแผนที่จากร้านอายะ ที่มาร์กด้วยพี่ๆที่พัก

 

ขับเลยต่อมา ไปยังหมู่บ้านสันติชล

จัดไปกับการโล้ชิงช้า สนุกดี แต่อยากได้แรงๆกว่านี้อีก (-*-)

โล้ชิงช้าคนละ 25 บาท (ไม่รู้ว่าเจ้าอื่นราคาเท่ากันหรือไม่)

หมายเหตุ มีหลายร้านในการเล่น ทั้งแบบมีเข็มขัดรัด และไม่มี ลองเดินสำรวจดูก่อนจะเล่นก็ได้ เพราะมีหลายร้าน หรือจะรอไปเล่น ที่คอฟฟี่อินเลิฟก็ได้

เดินเล่นและถ่ายรูปกับบรรยากาศจีนๆ

และตามหาเกี๊ยวแบบจีน มีเพียงร้านเดียวเท่านั้น (เกี๋๊ยวที่เวลากินแล้วมีน้ำอยู่ข้างใน)

แต่อยากบอกว่า ไม่อร่อยเท่า เกี๊ยวเหลียวหนิงที่กรุงเทพ

 

หลังจากนั้นขับย้อนกลับมาเค้าเส้น by pass เพื่อวิ่งยาวไปยัง coffee in love

ไปถึง coffee in love ประมาณเที่ยง

แต่ก็ไม่ได้กินข้าว ไม่ได้กินกาแฟ

แต่กินนมแทน…

เหมาะสมกับการไปกินกาแฟ หรือไม่ถ่ายรูป หรือนั่งเล่นชิลๆจริงๆ

ด้วยเหตุนี้ ก็เลยทำทุกอย่าง ทั้งกินนม ถ่ายรูป และนั่งเล่นชิลๆ

 

ต่อจากนั้นขับตรงมาต่อ ถึงกองเลน หรือเค้าเรียกว่า Mini grand canyon

ขับไปไม่รู้เลยว่ามันคือตรงไหน เห็นป้ายบอกแต่ก็หาไม่เจอ

แต่คนที่นั่นใจดี โบกมือเรียก และให้ไปจอดรถ และบอกว่าไปทางไหน

เดินขึ้นไป ตกใจ … นี่หรือแกรนด์แคนยอน (ด้วยความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน)

มันช่างไม่มีอะไรจริงๆ หรือเรามาผิดเวลาก็ไม่ทราบ

มีทางเดินให้ทดลองเดิน(คิดเอาเองว่าเดินได้) แต่เมื่อเดินไปนิดเดียวเท่านั้น

เจอรองเท้าข้างหนึ่งตกอยู่เบื้องล่าง ที่พร้อมจะตกสู่เหวข้างล่าง

…ไม่มั่นใจว่าจะต้องการสื่ออะไรหรือไม่…

 

ต่อยาวมาอีก จะถึงสะพานประวัติศาสตร์

ให้ความรู้สึกเหมือนสะพานเหล็กเท่านั้น แต่ ณ ที่แห่งนี้ ได้จารึกประวัติศาสตร์ของสะพาน

และประวัติศาสตร์ของใครบางคนไว้

เหตุเกิดเพราะจะนั่งบนราวสะพานเพื่อถ่ายรูป

เหตุเกิดเพราะกระโดด เพื่อจะนั่ง

เหตุเกิดเพราะตกลงไปในร่องระหว่างไม้ เมื่อกระโดดพลาด

เลยได้ประวัติศาสตร์มาจารึกไว้ (อย่าเป็นแผลเป็นเลย)

 

ขับเรื่อยมาเพื่อไปน้ำพุร้อน

เห็นเขียนว่าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

มาถึงตรงนี้จะขี่ยากขึ้นนิดนึง แต่รับประกันว่าขี่ได้

ขึ้นชื่อน้ำพุร้อน แสดงว่าต้องต้มไข่

ไม่รอช้าจัดแจงไข่สองถุง แปดฟอง มุ่งสู่บ่อต้มไข้ 80 องศา

รออยู่นาน เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้กิน

ไข่ขาวเหมือนไข่ลวก แต่ไข่แดงเกือบสุก

กินเสร็จได้ที่ น่านอนเหลือเกิน มีฝรั่งมากมาย และคนไทยน้อยนิด แช่น้ำร้อนอยู่

อยากแช่บ้าง แต่ชุด…

สุดท้ายก็แช่อยู่ดี (สบายแฮ เหมือนออกกำลังกายในน้ำ ร้อนมากๆ)

คำแนะนำ เตรียมชุดไปด้วยดีกว่า ไม่เช่นนั้นอาจจะพลาดอะไรๆ

 

ถัดจากน้ำพุร้อน มายังที่สุดท้ายคือวัดพระธาตุแม่เย็น(น่าจะจำชื่อไม่ผิด)

ขับขึ้นทางชันมาก แต่ยังไม่ค่อยน่ากลัวเท่าเวลาลง

ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดินพอดี

 

หมายเหตุ โปรแกรมนี้ ไปได้อย่างใจเย็นๆๆๆๆๆ อยากหยุดที่ไหนนานๆก็หยุด

 

สุดท้ายก็กลับสู่ตัวเมืองปายอีกครั้ง

และได้คำแนะนำจากพี่ที่พักว่า อาหารร้าน ชาลี่ & เล็ก อร่อย

จึงพยายามเสาะหา หากันเองอยู่นานกว่าจะเจอ เป็นร้านไม่ใหญ่มาก (ลองหากันดู)

เข้าไปพี่โต๊ะข้างๆ แนะนำ ปลาทับทิมทอดกรอบ อร่อยมาก

ไม่รอช้า จัดไป

แนะนำอีก ผัดไทยเส้นมะละกอ ก็อร่อย

ไม่รอช้า จัดไป

และเมนูอื่นๆอีก

แต่ขอบอกว่าอร่อยจริงๆ อยากให้ลองมากิน เจ้าของร้านใจดีด้วย

และอย่าลืม ชิม ปลาทับทิมทอดกรอบ !!

 

ลืมมมม ลืม จองตั๋วของเปรมประชา เพื่อจะไปแม่ฮ่องสอน ในวันรุ่งขึ้น

ตั๋วตอนเช้าจะมีประมาณ แปดโมง ออกจากปายเลย ไปสู่แม่ฮ่องสอน

เพราะฉะนั้นจะรับเต็มคัน

แต่หลังจากนั้น ทุกๆ หนึ่งชั่วโมง จะเป็นรถที่วิ่งมาจากเชียงใหม่

เพราะฉะนั้นต้องรอดูว่าใครจะลงที่ปาย เราถึงสามารถนั่งต่อไปได้

จองไม่ทันเสียแล้ว พี่เปรมประชาบอกว่าพรุ่งนี้ให้มาดูตอนหกโมงครึ่ง ซึ่งเป็นรถที่ออกจากเชียงใหม่คันแรก

 

ไม่เป็นไร เพราะไม่รีบร้อนอยู่แล้ว เนื่องจากมีคิวรถปางอุ๋งประมาณสามโมง

ขอเพียงไปถึงแม่ฮ่องสอนก่อนบ่ายสามก็พอ (เดินทางจากปายไปแม่ฮ่องสอนใช้เวลาประมาณ สาม ชั่วโมง)

 

และก็กลับเข้าที่พักพร้อมอาการเหนื่อยๆ ง่วงๆ

แต่หลังจากเสร็จธุระ ก็ออกมาเดินเล่นรอบที่พัก

พร้อมกับบรรยากาศดีๆ ที่หนาวๆ ถึงหนาวมาก

 

เป็นฆณ

จบตอบที่ 1

วันนี้

 

วันนี้เป็นวันดีดี

 

นี่คือคำพูดปลอบใจตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

 

———————-

ขอละกัน สเปซเรื่องนี้

———————-

 

 

เหนื่อย เหนื่อยมาก แต่ไม่ใช่กาย มันเหนื่อยใจ เหนื่อยสมอง เหนื่อยๆๆๆๆมาก

 

ท้อ ท้อท้อ ท้อ คำเหล่านี้เคยบอกกับตัวเองว่าท้อได้แต่อย่าถอย

แต่วันนี้มันไม่ใช่ วันนี้มันถอยไม่ได้ต่างหาก ต้องเดินหน้าอย่างเดียว

 

เครียด เครียดจนทุกเวลาและทุกนาทีที่มีเวลาว่าง สุดท้ายก็จมปลักอยู่กับเรื่องเดิม

เคยบอกตัวเองให้มองโลกในแง่ดี แต่วันนี้มันก็ไม่ใช่อีกเหมือนกัน

 

ทุกๆอย่าง ที่เคยย้ำ ที่เคยบอก ที่เคยคิด มันกลับใช้ไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

 

อยากให้ทุกอย่างมันดำเนินต่อไป ต่อไปอย่างสวยงาม

 

ขอให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้ และดีกว่าหลายๆวันที่ผ่านมา

 

ความรู้สึกเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น

ไม่เคยรู้สึกไม่ดีอย่างนี้

ไม่เคยรู้สึกว่าอยากจะร้องไห้อย่างนี้

 

ปลดปล่อยมันซะ ได้โปรด

 

——————————-

 

เป็นฆณ

 

โหมด น้ำตาจะไหล

« เรื่องที่เก่ากว่า
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.